
วันพฤหัสบดี, สิงหาคม 12, 2553


วันอังคาร, กุมภาพันธ์ 23, 2553
ดีไม่ดี.....ยากที่จะบอก

วันศุกร์, กุมภาพันธ์ 12, 2553
30 สิ่ง น่าทำ ตอนที่ยังมีชีวิต

30 สิ่ง น่าทำ ตอนที่ยังมีชีวิต
• 1. ทำอะไรที่น่าตื่นเต้นในแต่ละวัน
• 2. ไปเที่ยวที่ที่คุณไม่เคยไป กับคนที่คุณไม่เคยคิดจะลืม
• 3. ซื้อความสุข ด้วยรอยยิ้ม
• 4. คุยกับคนแปลกหน้า เพื่อหาเพื่อนใหม่
• 5. ช่วยคนอื่น เมื่อคุณสามารถช่วยได้
• 6. สังเกตสิ่งรอบๆตัว อาจพบความสุขเล็กๆ เข้ามาในชีวิต
• 7. อยู่เงียบๆ กับตัวเองวันละ 5 นาที... เพื่อคิด
• 8. ทุ่มตัวเองเต็มที่ กับการหาทางแก้ปัญหา ที่คุณกำลังเผชิญอยู่
• 9. คบคนที่มองโลกในแง่ดี
• 10. เข้าคอร์สเรียนเพิ่มเติม ในเรื่องที่คุณสนใจ
• 11. จัดเวลา นัดเจอ เพื่อนสนิท ในแต่ละเดือน ไป กิน เที่ยว เล่น
• 12. มองพระอาทิตย์ขึ้น สัปดาห์ละครั้ง
• 13. ดูพระอาทิตย์ตกดิน สัปดาห์ละครั้ง
• 14. ปลูกผักเอง เอาไว้ทานเอง
• 15. ไปหาเพื่อน ที่ไม่ได้เจอกันมานานนับปี
• 16. หยุดตามกระแสสักนิด และทำตามแนวคิดที่เหมาะสำหรับตัวเอง
• 17. บอกตัวเองว่า ไม่มีอะไรสายเกินไป
• 18. ค้นหา ประสบการณ์ดีๆ แปลกใหม่ ให้กับชีวิต
• 19. เลิกกังวลกับสิ่งที่คุณไม่มี และมีความสุขในสิ่งที่คุณมี
• 20. โรแมนติก ทำเซอร์ไพรซ์คนที่คุณรัก
• 21. หยุดเสียเวลา กับเรื่องหยุมหยิมที่ไม่จำเป็น
• 22. รับประทานอาหารให้ช้าลง ลิ้มรสความอร่อย
• 23. ขอความช่วยเหลือ เมื่อต้องการ เพราะคุณจะไม่ได้รับความช่วยเหลือ หากไม่เอ่ยปาก
• 24. ถามคำถาม เมื่อสงสัย... ช่วยประหยัดเวลา และลดความยุ่งยากใจ
• 25. เล่นสนุกบ้าง ชีวิตมีแค่ครั้งเดียว
• 26. ทำอะไรทีละอย่าง จะได้ทำออกมาได้ดี
• 27. ฝึกความพอเพียง – พอดี เมื่อมันเกิดขึ้นกับคุณ จะไม่มีใคร เอาไปจากคุณได้
• 28. รักษาสัญญา
• 29. ดูตลก ฟังเรื่องตลก และแบ่งปันกับคนอื่น
• 30. เปิดโลกความคิดสร้างสรรค์ของคุณ กับงานศิลปะ เช่นดนตรี ภาพถ่าย ภาพยนตร์ ฯลฯ
วันอังคาร, กุมภาพันธ์ 02, 2553
ความสุขที่สุดในโลก
คนที่มีความสุขที่สุดในโลก ไม่ใช่คนที่ร่ำรวย
คนที่มีความสุขที่สุดในโลก ไม่ใช่คนที่ประสบความสำเร็จ
แต่คนที่มีความสุขที่สุดในโลก คือ คนที่มีความสบายใจเท่านั้นเอง
และความหมายของความสบายใจ คือ
1. เต็มไปด้วยความเชื่อมั่น เชื่อว่าคุณมีดี และคุณทำได้
2. รู้จักตัวเอง ยอมรับในข้อบกพร่องของตัวเอง และพร้อมจะปรับปรุงเสมอ
3. ไม่ดื้อดึง ถ้าวันวานคุณเคยทำผิดพลาด คุณก็ยินยอมเปลี่ยนแปลงและรับฟังคนอื่น
4. เห็นค่าของตัวเอง คุณไม่คิดว่าตัวเองช่างไร้ค่า คุณจึงมีความสุขในใจเสมอ
5. วิ่งหนีความทุกข์ เมื่อรู้ตัวว่าตกลงไปในความทุกข์ คุณก็รีบหาทางหลุดพ้น ไม่จมอยู่กับมัน
6. กล้าหาญเสมอ คุณกล้าเปลี่ยนแปลงและกล้ารับมือกับสิ่งแปลกใหม่หรือปัญหาต่างๆ
7. มีความฝันใฝ่ เมื่อชีวิตมีจุดหมายคุณก็จะเดินไปบนถนนชีวิตอย่างมีความหวัง ไม่เลื่อนลอย
8. มีน้ำใจอาทร คุณพบความสุขในใจเสมอถ้าเป็นผู้ให้แก่ผู้อื่น โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน
9. นับถือตัวเอง ไม่ดูถูกตัวเองด้วยการลดคุณค่าและทำในสิ่งที่เสื่อมเสียต่อตัวเอง
10. เติมสีสันสร้างรอยยิ้มให้ชีวิตของคุณและคนรอบข้างรู้จักหยอกล้อคนอื่นๆ และตัวเองด้วย
ความสุขนั้นคือพอใจกับวิถีชีวิตของตัวเอง และวางฝันของตัวเองตามกำลังที่ตนทำได้ การได้รับวัตถุและความสำเร็จในหน้าที่การงาน ทำให้คุณพึงพอใจและยกระดับฐานะของคุณเท่านั้น เป็นการสร้างเสริมความสุขเพียงภายนอก และมันมิได้อยู่กับคุณอย่างมั่นคงถาวรตลอดไป เพราะคนเรานั้นย่อมมีความต้องการเพิ่มขึ้นเสมอไม่มีวันหยุดนิ่ง
ความสุขที่แท้จริงเกิดจากข้างในจิตใจของคนเรา และถ้าจิตใจของคุณไม่ว่าง เต็มไปด้วยอารมณ์อันตรายต่าง ๆ ความสุขก็จะเกิดขึ้นได้ยากยิ่ง เพราะความสุขนั้นมักเกิดขึ้นท่ามกลางความสงบเสมอ
ชีวิตของคนเรานั้นไม่ยืนยาวนัก คุณสามารถหาความสุขให้ตัวเองได้ตั้งแต่เดี๋ยวนี้ ไม่ต้องมุ่งหวังยามแก่เฒ่า ค่อยอยู่อย่างสงบสุขอย่างที่หลายคนเชื่อกัน เชื่อเถอะ เราจะสามารถมีความสุขที่สุดในโลกได้ ในตอนนี้ ถ้าเราเริ่มจากตัวเราเอง !!!
วันพฤหัสบดี, มกราคม 28, 2553
หาอะไรเป็นของขวัญให้ความสำเร็จของตัวเองดี

เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณสามารถประสบความสำเร็จจากการกระทำบางสิ่งบางอย่าง โดยอาศัยความพยายามอย่างหนักหน่วงของคุณ งานฉลองสุดพิเศษ หรือรางวัลสำหรับความสำเร็จซักชิ้นเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม ไม่ว่าความสำเร็จนั้นจะเล็กน้้อยหรือยิ่งใหญ่ เพราะอย่างน้อยสิ่งเหล่านี้จะเป็นแรงขับให้กับความพยายามของเรา
แต่จะทำอย่างไรหล่ะ ถึงจะเรียกว่าเป็นการให้รางวัลตัวเองจากความมุมานะ พยายาม วันนี้ มีไอเดียสุดสร้างสรรค์ในการฉลองความสำเร็จให้กับตัวเองมาฝาก
1.ยอมตามใจตัวเองบ้าง
การกินเลี้ยงสังสรรค์กับเพื่อนฝูงและครอบครัวในภัตตรคารหรือร้านอาหารสุดโปรด บางครั้งก็เป็นความสุขที่คุณสามารถหาได้ง่ายๆ แต่จะให้ครบสูตรวันสุดพิเศษนี้คุณอาจตามใจปากตัวเองด้วยเมนูสุดโปรด
2.ดื่มฉลองเพื่อความสำเร็จ
จะเป็นเครื่องดื่มอะไรก็ได้ แน่นอนว่ามันไม่มีสูตรตายตัวว่าถ้าเรียนจบต้องฉลองด้วยแชมเปญ หรือได้แต่งงานต้องฉลองด้วยไวน์ ดังนั้นเลือกเครื่องดื่มเพื่อฉลองได้ตามใจคุณ
3.ปรนนิบัติตัวเองบ้าง
นานทีปีหน คุณอาจให้รางวัลตัวเองด้วยการเดินเข้าไปทำสปา หรือนวดผ่อนคลายความเครียด ขอแนะนำว่าคุณควรเลือกไปในวันที่ไม่เร่งรีบ เป็นวันสบายๆองคุณ เพื่อให้คุณได้มีโอกาสเต็มอิ่มกับประสบการณ์สุดพิเศษนี้
4.ออกนอกเมือง
อาจจะหาวันสบายๆซัก 1- 2วัน แล้วเช็คอินเข้าไปในโรงแรมสุดหรู เพื่อใช้ชีวิตยามราตรีของคุณแบบผ่อนคลายสุดๆ ให้ร่างกายและจิตใจของคุณได้พักผ่อนแบบเต็มอื่ม เตรียมรับกับความท้าทายใหม่ๆที่จะผ่านเข้ามาในชีวิตคุณ
5. ออกไปท่องเมือง
ควงแขนเพื่อนร่วมแก็งค์แล้วย่ำไปทั่วเมืองในทุกทีที่คุณปรารถนาให้ซะใจ เต็มที่กับทุกกิจกรรมเพื่อความบันเทิงตั้งแต่เช้ายันค่ำ
6.ใช้เงินอย่างสุรุ่ยสุหร่ายซักวัน
เคยมั้ยที่คุณกำลังจะมีความสุขสุดๆกับอะไรบางอย่าง แต่ต้องเก็บงำเอาไว้ด้วยขีดจำกัดเรื่องอำนาจในการซื้อ ดังนั้นนี่จึงเป้นโอกาสดีที่คุณจะให้รางวัลตัวเองด้วยการซื้อของมีค่าราคาแพงให้ตัวเอง
7.นอนหลับพักผ่อน
หากคุณต้องอดตาหลับขับตานอนมาตลอด เพื่อปลุกปั้นผลงานชิ้นโบแดงให้ออกมาสำเร็จสมบูรณ์ รางวัลชิ้นหนึ่งที่คุณไม่ควรละเลยมอบให้ตัวเอ คือ การนอนหลับแบบเต็มอิ่ม พักผ่อนแต่หัวค่ำ
8.สร้างแบบฉบับเฉพาะให้กับงานปาร์ตี้ของคุณ
ลองดูซิว่ามันจะดีแค่ไหน หากคุณผ่านช่วงเวลาสุดแสนยากลำบากมา แล้ววันหนึ่งความสำเร็จนั้นมันได้มาเป็นส่วนหนึ่งในงานปาร์ตี้สุดพิเศษของคุณ เช่น หากคุณเพิ่งเขียนหนังสือจด 1 เล่ม ธีมงานเลี้ยงของคุณอาจเลือกกิมมิก เกี่ยวกับการอ่านมาเป็นธีมสำคัญของงาน เป็นตน ขอย้ำว่าปารตี้จะหลุดโลกแค่ไหนก็ได้ ตราบเท่าที่จินตนาการของคุณไปถึง
วันอังคาร, มกราคม 19, 2553
อุณหภูมิของความสุข
ก็เปรียบเหมือนอุณหภูมิของอารมณ์ต่าง ๆ...
ที่มีอยู่ในตัวของเรา..
บางครั้งก็สูง...บางครั้งก็ต่ำ..
อุณหภูมิในหัวใจของเราก็เช่นนั้น..
บางครั้งก็สุข..บางครั้งก็ทุกข์..
อุณหภูมิที่มีอยู่ในใจของเรา..
หากเปรียบเทียบกับอุณหภูมิองศาทั่ว ๆ ไป..
จะพบว่า..
อุณหภูมิที่สูง..จะทำให้เรารู้สึกร้อน..
อุณหภูมิที่ต่ำ..จะทำให้เรารู้สึกเย็น..
หากอุณหภูมิในหัวใจเรา..
ประกอบไปด้วย..
อุณหภูมิของความโลภสูง...
ก็จะทำให้ไฟคือความอยาก..เกิดขึ้นในหัวใจเรา..
ถ้าอุณหภูมิของความโกรธสูง..
ก็จะทำให้ไฟคือความโกรธ..เผาร้อนในหัวใจเรา..
และถ้าอุณหภูมิของความหลงสูง..
ก็จะทำให้ไฟคือความหลงผิด..ติดอยู่ในหัวใจเรา..
แต่ตรงกันข้าม..
หากอุณหภูมิในหัวใจของเรา..
ประกอบไปด้วย..
ความโลภ..ความโกรธ..ความหลง..
ต่ำลง..หรือลดน้อยลง..
ก็จะทำให้อุณหภูมิในหัวใจของเราเย็นลง..
อุณหภูมิของความสุขก็เช่นเดียวกัน..
หากเราใช้ธรรมะควบคุม..
ก็จะทำให้อุณหภูมิความทุกข์ของเราลดลง..
หากเกิดปัญหาต่าง ๆ ในชีวิต..
เราต้องรู้จักที่ปรับเปลี่ยนอุณหภูมิองศาในหัวใจของเ รา..
ให้ได้ระดับปกติกึ่งกลาง..แบบพอดี ๆ..
คือไม่ให้อุณหภูมิสูงจนเกินไป..
จนทำให้ใจรู้สึกร้อนรน..เป็นทุกข์..
หรือไม่ให้อุณหภูมิต่ำจนเกินไป..
จนทำให้ใจรู้สึกหนาวเหน็บ..เจ็บช้ำใจ..
แต่จงให้พยายามทำใจ..
ให้อยู่ระดับอุณหภูมิองศาปกติ..กึ่งกลาง..
และรู้จักวิธีทำใจให้เตรียมรับอารมณ์ต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้น..
รู้เท่าทันอารมณ์..อย่างเข้าใจ..
วันพฤหัสบดี, มกราคม 07, 2553
โรคแพ้ความใกล้ชิด

วันจันทร์, ธันวาคม 28, 2552
ความสุขที่หายไป..ตามกลับคืนได้หรือยัง

คนเรามักมีภาพของความรู้สึกดีๆ ตราตรึงอยู่ในความทรงจำของตัวเองเสมอ อาจเป็นความรู้สึกพึงใจที่เล็กๆ กระทั่งเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่เคยสัมผัส แม้เวลาจะผ่านมาเนิ่นนานเพียงใด แต่ความทรงจำนั้นก็ไม่มีวันเลือนหายไปจากใจซึ่งถูกเก็บไว้ในอดีตของวันวาน
ทว่าอดีตก็เป็นสิ่งที่ผ่านมาแล้ว ไม่ว่าเรื่องนั้นจะดีหรือร้ายเพียง ใด ก็ชื่อว่าเป็นประสบการณ์ที่ชีวิตได้ล่วงเลยผ่านมา แต่คนเรากลับชอบที่จะรื้อฟื้นความทรงจำเหล่านั้นเสมอ จึงเกิดภาพซ้อนที่ทำให้ติดอยู่ในความทรงจำทั้งเรื่องที่ดีและร้ายคละเคล้ากันเรื่อยมา
บ้างก็คิดถึงสิ่งที่ทำให้ตัวเองรู้สึกดี บ้างก็จมอยู่กับความหมองเศร้าที่ไม่รู้ว่าจะให้สลายไปจากใจได้อย่างไร อดีตจึงมีอิทธิพลสำหรับคนที่รู้เท่าไม่ทัน ทำให้เจ้าของชีวิตต้องจมอยู่กับความรู้สึกนั้น
แต่ปราชญ์ทั้งหลายกลับเชิญชวนให้คนเราหันกลับมาทำความเข้าชีวิตในปัจจุบันเป็นหลัก เพื่อให้มีเวลาทำความรู้จักกับความจริงที่มี และเข้าใจภาวะต่างๆ ที่เกิดขึ้นอย่างรู้เท่าทัน โดยไม่ยึดติดกับภาพเดิมๆที่มีอยู่อีกต่อไป เพราะอดีตเป็นสิ่งที่ผ่านมาแล้ว ส่วนอนาคตก็เป็นภาวะที่ไปยังไม่ถึง ทุกความคิดและการกระทำจึงควรยุติอยู่ที่ปัจจุบันเป็นสำคัญ
แต่ใช่ว่าความทรงจำที่ผ่านมาจะเลวร้ายเสียทีเดียว เพราะถ้ารู้จักใช้อดีตที่ผ่านมาเป็นครูสอนชีวิตให้ฉลาดขึ้น อดีตนั้นก็สามารถก่อเป็นความงามได้เช่นกัน เพราะเมื่อไม่สามารถลบล้างอดีตได้ เราก็ควรเรียนรู้ชีวิตผ่านอดีตนั้น โดยใช้เป็นอุปกรณ์ในการสอนปัจจุบันที่ประสบอยู่แต่ละขณะให้ดีขึ้น เป็นการใช้ปัจจุบันเป็นตัวการแก้ไขข้อบกพร่องในวันวานที่ผ่านมา เพื่อให้ความทรงจำเหล่านั้นมีชีวิตจริงขึ้นมาได้
ถ้าอดีตที่ผ่านมาเป็นความทรงจำที่เลวร้าย อาจจะเกิดจากความคิดและการกระทำที่ไม่เป็นดังใจหวัง เราก็ใช้ปัจจุบันที่มีแก้ไขสิ่งที่ผิดพลาดให้เป็นความถูกต้อง
หากเป็นอดีตที่ดีงามในความทรงจำ ทุกอย่างที่ผ่านมาช่างก่อ ให้เกิดคุณค่าต่อชีวีที่มีอยู่ ก็ให้เอาอดีตเหล่านั้นมาสอนปัจจุบันให้รู้จักต่อยอดสิ่งที่ดีนั้นไว้ มิใช่ทิ้งขว้างให้จากไปโดยไม่รู้จักใส่ใจ
เพราะหลายครั้งจะเห็นได้ว่าคนเราเวลาทำอะไรในปัจจุบันที่ขาดหลัก และหลงลืมอดีตที่ดีงามของตน สุดท้ายเส้นทางสายใหม่ที่คิดว่าจะไฉไลกว่าเดิม ก็เต็มไปด้วยขวากหนามที่คอยทิ่มแทงให้เจ็บตัวอยู่เรื่อยมา
" ความสุขที่หายไปในชีวิตเมื่อครั้งอดีตที่ผ่านมา
เราตามเก็บรายละเอียดเหล่านั้นคืนได้หรือยังในปัจจุบัน ?..."
ดังนั้น เมื่อปรารถนาให้ความสุขกลับมามีชีวิตอีกครั้ง เราจึงต้องเรียนรู้การตามเก็บความสุขด้วยความเข้าใจ ใส่ใจในรายละเอียดเพิ่มมากขึ้น และเรียนรู้ที่จะมองความสุขให้รอบด้านด้วยปัญญาที่มาจากความเข้าใจ
เพราะหากรู้จักมองชีวิตให้ครบทุกด้าน กาลเวลาที่เราสมมุติว่าเป็นอดีตหรือปัจจุบันย่อมเป็นครูสอนชีวิตให้มีคุณค่า และฟ้องอนาคตข้างหน้าว่าจะเป็นเช่นไรได้ด้วยภาวะที่ลงตัว
อดีตที่เลวร้ายหากไม่ได้รับการแก้ไข ย่อมฟ้องปัจจุบันว่าจะประสบกับความหมองเศร้าทวีคูณ
ปัจจุบันที่ไร้ค่า ย่อมฟ้องความไร้ค่าในอนาคตเช่นกัน
อดีตที่สวยงามย่อมต่อยอดเป็นความดีได้ในปัจจุบัน
ปัจจุบันที่เปี่ยมด้วยคุณค่าแห่งชีวี ย่อมเป็นอาภรณ์ฟ้องอนาคตที่จะพึงมีให้งดงามตลอดไป
ด้วยเหตุนี้แม้กาลเวลาจะดำรงอยู่บนความไม่แน่นอนของชีวิตเพียงใด แต่เราก็สามารถที่จะเลือกได้ว่า ...
จะให้ชีวิตที่ผ่านมาเป็นครูสอนอะไร ?
จะทำปัจจุบันที่มีอยู่ส่งต่อไปสู่อนาคตอย่างไร ?
ความสุขที่หายไปจึงจะกลับคืนมาสู่ชีวิตของเราด้วยความลงตัว...*
"You can't change the past but you can change the future into a better past!!!"
"คุณไม่สามารถกลับไปเปลี่ยนอดีตได้
แต่สิ่งที่คุณสามารถเปลี่ยนได้คืออนาคตเพื่อที่จะเป็นอดีตที่ดีกว่า"
วันศุกร์, ธันวาคม 25, 2552
39 ความจริง คริสมาสต์และปีใหม่
| 39 ความจริง คริสมาสต์และปีใหม่ | |||||||||||
|
วันศุกร์, ธันวาคม 18, 2552
มิตรภาพระหว่างหัวใจ...

วันพุธ, ธันวาคม 16, 2552
เชื่อมั่น!!



